การสอบใน 3 หมวดแรก การฟัง การอ่าน และการเขียนจะต้องสอบภายในวันเดียวกัน โดยไม่มีการหยุดพักระหว่างการสอบ ส่วนวันทดสอบการพูดนั้นขึ้นอยู่กับศูนย์สอบจะกำหนด โดยจะกระทำการสอบภายใน 7 วัน ก่อนหรือหลังการทดสอบในหมวดอื่น ๆ
การฟัง
เวลา: ประมาณ 30 นาที
|
ผู้สอบจะต้องฟังเนื้อเรื่องจากเทป ซึ่งจะเพิ่มความยากขึ้นเรื่อย ๆ เนื้อเรื่องเหล่านี้ประกอบด้วยการสนทนาและบทพูด รวมทั้งความหลากหลายของการออกเสียง และสำเนียงท้องถิ่นที่ปะปนกัน ผู้สมัครจะได้ฟังเทปเพียงครั้งเดียว แต่จะมีเวลาให้ในการอ่านคำถามและเขียนคำตอบ |
การอ่านเชิงวิชาการ
เวลา: 60 นาที |
การอ่านเชิงการฝึกอบรมทั่วไป
เวลา: 60 นาที |
เนื้อเรื่องที่ต้องอ่านมีทั้งหมด 3 เรื่อง ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้นำมาจากหนังสือ นิตยสาร บทความ และหนังสือพิมพ์ โดยเนื้อหาจะเขียนให้ผู้อ่านที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ในจำนวนนี้อย่างน้อยที่สุดจะมีเรื่องหนึ่งที่มีลักษณะเชิงอภิปราย |
เนื้อหาขึ้นอยู่กับรูปแบบของข้อสอบ ซึ่งคาดว่าผู้สมัครสอบจะพบในชีวิตประจำวันในต่างประเทศ เนื้อหาเหล่านี้จะนำมาจากหนังสือพิมพ์ โฆษณา และคู่มือการสอนและหนังสือต่าง ๆ โดยจะทดสอบความสามารถในการทำความเข้าใจ และการใช้ข้อมูลของผู้สมัครสอบ ข้อสอบจะประกอบไปด้วยข้อความยาว ๆ 1 ข้อความซึ่งเนื้อหาจะเป็นในทางอรรถาธิบายมากกว่าเชิงอภิปราย |
การเขียนเชิงวิชาการ
เวลา: 60 นาที |
การเขียนเชิงการฝึกอบรมทั่วไป
เวลา: 60 นาที |
ในส่วนแรกผู้สมัครสอบจะต้องเขียนรายงานประมาณ 150 คำ ตามตารางและแผนภาพเพื่อ แสดงความสามารถในการบรรยายและอธิบายข้อมูล ส่วนที่ 2 ผู้สมัครสอบต้องเขียนเรียงความสั้นความยาวประมาณ 250 คำ เพื่อโต้ตอบข้อคิดเห็นหรือปัญหา โดยแสดงความความสามารถในการอภิปราย โต้แย้ง และใช้ลีลาในการเขียนที่เหมาะสม |
ในส่วนแรกผู้สมัครจะต้องเขียนจดหมายความยาวประมาณ 150 คำ โดยเนื้อหาจะเกี่ยวกับการสอบถามข้อมูล หรือการอธิบายสถานการณ์ต่าง ๆ ในส่วนที่ 2 จะเป็นการเขียนเรียงความสั้น ความยาวประมาณ 250 คำ เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือตอบปัญหาที่ให้ไว้ ซึ่งผู้สมัครสอบจะต้องแสดงความคิดเห็นของตนเอง และท้าท้ายความคิดเห็นอื่น ๆ โดยถ่ายทอดความรู้สึกและลีลาในการเขียนที่เหมาะสม |
การพูด
เวลา: 1114 นาที |
รูปแบบการทดสอบการพูดจะเป็นการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว โดยผู้สมัครจะได้รับการประเมินในส่วนของการใช้ภาษาเพื่อตอบคำถามสั้นๆ พูดเกี่ยวกับหัวข้อที่คุ้นเคย และสามารถโต้ตอบกับผู้สัมภาษณ์ได้ |